แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Cross-section แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ Cross-section แสดงบทความทั้งหมด

วันจันทร์ที่ 8 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

การแสดงค่าระดับน้ำสูงสุดร่วมกับหน้าตัดลำน้ำใน MIKE11

บทความนี้จะแนะนำเทคนิคในการตั้งค่าโปรแกรม ให้แสดงระดับน้ำคำนวณสูงสุด
ร่วมกับรูปหน้าตัดลำน้ำใน MIKE11

เทคนิคนี้จะใช้วิธีกรอกข้อมูลระดับน้ำใน User Defined Markers
แล้วไปตั้งค่าในโปรแกรมจัดการหน้าตัดลำน้ำให้แสดงค่า User Defined Markers ด้วย

เริ่มต้นด้วยการสร้างแบบจำลอง MIKE11 แล้วรันเพื่อให้ได้ผลคำนวณค่าสูงสุดก่อน
จากนั้นเปิดผลรันด้วยโปรแกรม MIKEView แล้วใช้เครื่องมือสร้างกราฟดังรูป



ใช้เครื่องมือในวงกลมสีแดง



กดปุ่ม List



ทำการเลือกข้อมูลในหน้า List โดยเลือกไปถึง Maximum จากนั้นกดปุ่ม Ctrl+C เพื่อ Copy ข้อมูลไว้



เปิดโปรแกรม Excel แล้ว Paste ข้อมูลลงไปแล้วจัดข้อมูลให้มี RiverName, Chainage และ Maximum
จะต้องใช้วิธีการจัดการข้อมูลแบบ Text to Column ใน Excel เพื่อช่วยแยก River Name และ Chainage
จากนั้นให้ Copy ข้อมูลจากแถวที่ 2 ไปจนหมด



เปิดไฟล์ HD11 แล้วเลือกหน้า User Def. Marks แล้วเพิ่มช่องกรอกข้อมูล (กดปุ่ม Tab)
จากนั้นตั้งชื่อข้อมูล Mark title เอง ส่วนตัวข้อมูลให้ Paste ข้อมูลที่ Copy จาก Excel ลงไป
ในระหว่างนี้ จะต้องเปิดไฟล์ sim11 ค้างไว้คู่กันตลอดเวลา



เปิดไฟล์หน้าตัดลำน้ำ แล้วเข้าไปคลิกขวาส่วนที่แสดงรูปหน้าตัด แล้วเลือก Settings...



เลือกให้แสดงข้อมูลเพิ่มโดยเลือก Draw user defined marks และเลือกข้อมูลให้ถูกต้อง



เมื่อเลือกเสร็จแล้ว จะเห็นว่าในหน้าตัดลำน้ำมีการวาดระดับน้ำสูงสุดแล้ว
พร้อมกันนี้ เราสามารถเลือกหน้าตัดลำน้ำที่จะสั่ง Print พร้อมกันหลายหน้าตัดได้โดย
คลิกขวาที่ลำน้ำแล้วเลือก Select และเลือก All Section in all Rivers 
หรือจะเลือกทีละหน้าตัดโดยกดปุ่ม Ctrl ค้างไว้แล้วคลิกเม้าส์ซ้ายที่หน้าตัดที่ต้องการ



ตั้งค่าการพิมพ์โดยคลิกที่เมนู File แล้วเลือก Print Multiple Sections, Settings...



ตัวอย่างนี้ตั้งค่าการพิมพ์โดยให้มี 2 Columns และ 4 Rows



ตรวจสอบการพิมพ์โดยคลิกที่เมนู File แล้วเลือก Print Multiple Sections, Preview
เพื่อตรวจสอบว่ารูปแบบหน้าตัดที่จะพิมพ์ ถูกต้องตามต้องการแล้วจึงสั่งพิมพ์


วันอังคารที่ 14 สิงหาคม พ.ศ. 2555

แผนที่น้ำท่วมจาก MIKE11 โดยใช้เพียงข้อมูลหน้าตัดลำน้ำ

ในส่วนนี้เป็นการนำเสนอการกำหนดให้แบบจำลอง MIKE11 สร้างแผนที่น้ำท่วม
โดยเป็นแผนที่น้ำท่วมแบบที่ใช้เพียงข้อมูลหน้าตัดลำน้ำเท่านั้น
ในการสร้างแผนที่น้ำท่วมรูปแบบนี้ จะเป็นการกำหนดให้แบบจำลอง ใช้ข้อมูลค่าระดับน้ำที่ได้จากการคำนวนร่วมกับระดับท้องน้ำจากหน้าตัดลำน้ำมาทำการสร้างแผนที่น้ำท่วม
ข้อดีของแผนที่น้ำท่วมรูปแบบนี้คือ ไม่ต้องใช้ข้อมูลเพิ่มเติมใดๆนอกจากข้อมูลที่ใช้ใน MIKE11 อยู่แล้ว
และเนื่องจากโดยปกติแล้วข้อมูลหน้าตัดลำน้ำ เป็นข้อมูลที่มีการสำรวจอย่างละเอียด และได้ค่าที่ถูกต้องที่สุดสำหรับระดับท้องน้ำ ดังนั้นแผนที่น้ำท่วมที่ใช้ข้อมูลหน้าตัดลำน้ำจึงจัดว่าเป็นการใช้ข้อมูลค่าระดับท้องน้ำที่มีความแม่นยำสูงในการสร้างแผนที่น้ำท่วมด้วย
อย่างไรก็ตาม ข้อเสียหลักๆคือ แผนที่น้ำท่วมที่ได้จะครอบคลุมได้แค่เท่าที่ความกว้างของหน้าตัดลำน้ำที่ใช้ในแบบจำลอง MIKE11 เท่านั้น จากรูปด้านล่างนี้จะเห็นว่าแผนที่ที่ได้จะจำกัดโดยความกว้างของหน้าตัดลำน้ำ


และข้อจำกัดอื่นๆ ก็เป็นข้อจำกัดที่เกิดจากการใช้แบบจำลองแบบ 1D ในการวิเคราะห์การไหล ซึ่งในกรณีแผนที่น้ำท่วมนั้น มักจะเป็นการไหลแบบ 2D มากกว่า

สำหรับวิธีการตั้งค่าให้แบบจำลอง MIKE11 สร้างแผนที่น้ำท่วมขึ้นมานั้นทำได้โดยการตั้งค่าในไฟล์ *.HD11 โดยในไฟล์นี้จะมีแถบข้อมูลที่ชื่อ map ซึ่งเราสามารถตั้งค่าการจัดเก็บแผนที่น้ำท่วมได้ดังแสดงในรูปประกอบด้านล่างนี้


รูปประกอบของตัวอย่างนี้ เป็นการตั้งค่าให้จัดเก็บแผนที่น้ำท่วมโดยมีจุดมุมล่างซ้ายอยู่ที่ (-2000,-2000) มีขนาดกริด 10 เมตร จำนวนกริดในแนวซ้ายขวา 1300 กริด และในแนวบนล่าง 1100 กริด และเป็นการจัดเก็บเฉพาะค่าระดับน้ำเท่านั้น ไฟล์ network ของตัวอย่างนี้แสดงดังรูปด้านล่างนี้


หลังจากที่สั่งคำนวณเสร็จแล้วจะได้ไฟล์นามสกุล *.dfs2 ที่เป็นไฟล์ผลคำนวณแผนที่น้ำท่วม
ซึ่งสามารถเปิดได้ด้วย MIKEZero, MIKEView และ ArcGIS (ดังที่ได้นำเสนอไปแล้วในบทความก่อนหน้านี้)
ในตัวอย่างนี้เป็นภาพเคลื่อนไหวแสดงผลคำนวณแผนที่น้ำท่วมของตัวอย่างนี้


ทั้งหมดนี้เป็นเพียงรูปแบบหนึ่งในการสร้างแผนที่น้ำท่วมจากโปรแกรม MIKE11 ซึ่งมีข้อจำกัดต่างๆพอสมควร การเลือกใช้รูปแบบนี้จึงต้องทำความเข้าใจข้อจำกัดให้ดี และหากข้อจำกัดที่มีไม่ทำให้ผลคำนวนผิดพลาดไปจากที่ต้องการมากนัก วิธีการนี้ก็เป็นวิธีการที่ง่าย และสะดวกที่สุดในการสร้างแผนที่น้ำท่วม