แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ MIKE 11 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ MIKE 11 แสดงบทความทั้งหมด

วันอังคารที่ 7 มิถุนายน พ.ศ. 2565

MIKE + (River) - แบบฝึกอบรมด้วยตนเอง สำหรับการจำลองการไหลในลำน้ำ เบื้องต้น

เนื้อหาในนี้จะแนะนำแบบจำลอง MIKE + ในส่วนของการใช้งานกับ River เป็นหลัก

เนื้อหาแบ่งเป็นสองส่วนคือส่วนต้นจะแนะนำแบบจำลอง MIKE + ก่อน และจะตามด้วยแบบฝึกหัดสำหรับการเริ่มใช้งาน MIKE +


ด้านล่างนี้เป็นการอธิบายถึงแบบจำลอง MIKE +

แบบจำลอง MIKE + ถือเป็นแบบจำลองที่พัฒนาขึ้นมาใหม่โดย DHI

โดยการพัฒนาขึ้นมาบนโปรแกรมใหม่ ชื่อ MIKE + แทนที่การใช้โปรแกรมเดิมคือ MIKE Zero

ทั้งนี้แบบจำลองใน MIKE + จะประกอบไปด้วยแบบจำลองการไหลแบบ 1 และ 2 มิติ เป็นหลัก

โดยแบบจำลอง 1 มิติ ได้รับการพัฒนาขึ้นมาแทนแบบจำลอง MIKE Urban, MIKE 11, MIKE Hydro River และ MIKE Flood

ทั้งนี้แบบจำลอง MIKE Urban และ MIKE 11 ถูกหยุดพัฒนาต่อเนื่อง และเลิกทำการตลาดไปแล้ว

ส่วน MIKE Hydro River และ MIKE Flood จะหยุดการพัฒนาและเลิกทำการตลาดในอนาคตต่อไป หลังจาก MIKE + มีการพัฒนาฟังก์ชั่นการทำงานได้สมบูรณ์แล้ว

โดยปัจจุบัน (version 2022 update1) MIKE + เหลือเพียงส่วนต่อยอดด้านการพัดพาตะกอนเท่านั้นที่รอการพัฒนาเพิ่มเติม คาดการว่าจะเสร็จในปี 2023

ดูวีดีโอ แนะนำ MIKE + รวมถึงการเปลี่ยนผ่านจาก MIKE 11 และ MIKE Hydro River มาสู่ MIKE +






ส่วนนี้ขอแนะนำแบบฝึกอบรมด้วยตนเองในรูปแบบ Self-Pace Course 

ของ The Academy by DHI รูปแบบการฝึกอบรมด้วยตนเองเลขที่ 634 

https://training.theacademybydhi.com/cstart/course/634

ทั้งนี้โดยให้ลงทะเบียนเป็นผู้รับการฝึกอบรมก่อนที่ 

https://training.theacademybydhi.com/start/op/signup 

หลังจากนั้นจึงเลือกคอร์สการฝึกอบรมที่ 634 ตามที่ให้ link ไว้ข้างต้น


พื้นที่ศึกษาที่ใช้เป็นตัวอย่างในการฝึกอบรมเป็นแม่น้ำ Sesupe ส่วนที่อยู่ในประเทศลิทัวเนีย

ทั้งนี้ไฟล์ข้อมูลและตัวอย่างสำหรับการฝึกอบรมให้โหลดจาก Self-Pace Course 

ที่แนะนำให้ลงทะเบียนไว้สำหรับคอร์ส 634 

โดยเมื่อดำเนินการเรียนรู้ไปตามขั้นตอนต่างๆ 

จะมีทั้งวีดีโอนำเสนอความรู้พื้นฐาน สอนการทำแบบจำลองในภาพรวม 

และให้ link สำหรับการโหลดข้อมูลเพื่อทำแบบฝึกหัด 

และวีดีโอสอนการทำแบบฝึกหัดแบบทีละขั้นตอน


การฝึกอบรมนี้แบ่งออกเป็น 5 Module 

และมีการแนะนำวิธีการตั้งค่า VDO และการติดตั้งโปรแกรมแบบจำลองไว้ด้วย

Module ทั้ง 5 ประกอบด้วย


Module 1 – ขั้นตอนเริ่มต้น

การสร้าง project ใหม่, ทำความเข้าใจ user interface และการซ้อนภาพพื้นหลัง




Module 2 – ชลศาสตร์ (การคำนวณไหล)

การสร้างเส้นลำน้ำ, นำเข้าข้อมูลหน้าตัดลำน้ำ, ตั้งค่าฝายและกำหนดข้อมูลขอบเขต





Module 3 – อุทกศาสตร์ (การคำนวณ น้ำฝน-น้ำท่า)

สร้างลุ่มน้ำย่อย, ตั้งค่าแบบจำลองน้ำฝนน้ำท่า และ การเชื่อมโยงกับลำน้ำ



Module 4 – การรันแบบจำลอง

ตั้งค่าการเก็บผลคำนวณ, การสอบทานแบบจำลอง, กำหนดค่าพารามิเตอร์สำหรับการคำนวณ และการรันแบบจำลอง



Module 5 – ผลของแบบจำลอง

ตรวจสอบผลที่ได้จากแบบจำลอง และทำความเข้าใจ log ไฟล์




อย่างไรก็ตาม ได้มีการถอดขั้นตอนการฝึกอบรม 

สรุปออกมาเป็นคู่มือประกอบการฝึกอบรม

ให้ download ได้จาก link นี้


สำหรับผู้สนใจสามารถติดตาม

วีดีโอแนะนำการใช้งาน Self-pace ในการฝึกอบรมการใช้งาน MIKE+ 

ที่ได้ดำเนินการกันไปในวันที่ 29 มิถุนายน 2565 ผ่านระบบ Zoom และในห้องประชุม




วันจันทร์ที่ 13 มกราคม พ.ศ. 2557

MIKE 11 River Network by GIS Shape File

วันนี้จะแนะนำเทคนิคการใช้ข้อมูล GIS ฐานข้อมูลเส้นลำน้ำ

นำเข้ามาเป็นเส้นลำน้ำในไฟล์ River Network ของแบบจำลอง MIKE 11

ตัวอย่างด้านล่าง มีเส้นลำน้ำสองเส้น



เมื่อเตรียมรูปภาพพื้นหลังเสร็จแล้ว ให้เพิ่มไฟล์ SHP ที่เป็นเส้นลำน้ำเข้ามาโดยเลือก
เมนู Layer / Add remove ... 



จากนั้นเพิ่มข้อมูลแล้วเลือก File Type เป็น Shape File



เมื่อเพิ่มข้อมูล GIS แล้วตรวจสอบว่าถูกต้อง
จากนั้นเลือกเมนู Network / Generate Branches from Shape files...



จะมีหน้าต่างให้ตั้งค่าดังรูป
เลือก Generate points and branch
เลือก Shape file ที่ถูกต้องแล้วเลือก River name / Topo ID ให้ตรงกับที่เตรียมข้อมูลไว้



เมื่อคลิก OK ด้านบน โปรแกรมจะทำการแปลง Shape file มาเป็น เส้นลำน้ำให้ทันที
แต่จะยังไม่มีการเชื่อมต่อเส้นลำน้ำ ซึ่งต้องทำการ Link Channel ด้วยตนเองอีกที 



ข้อสังเกตุว่า เส้นลำน้ำที่ Import เข้ามาด้วยวิธีนี้จะมี Chainage เริ่มต้นจาก 0
ดังนั้นอาจต้องมีการปรับค่า Chainage ของแต่ละลำน้ำด้วยหลังจาก Import เข้ามาแล้ว


วันพฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2556

แบบฝึกหัดเพื่อการเริ่มใช้งานแบบจำลอง MIKE Flood

แบบจำลอง MIKEbyDHI เมื่อลงโปรแกรมเสร็จแล้ว
จะมีคู่มือการใช้งาน และตัวอย่างสำหรับฝึกหัดสร้างแบบจำลองมาให้ด้วย

โดยปกติแล้วหลังลงโปรแกรม จะมีคู่มืออยู่ที่
C:\Program Files (x86)\DHI\2012\MIKE Zero\Manuals

และมีไฟล์ตัวอย่างสำหรับฝึกหัดไปคู่กับการแนะนำในคู่มือ อยู่ที่
C:\Program Files (x86)\DHI\2012\MIKE Zero\Examples

อย่างไรก็ตาม คู่มือ ทั้งหมดที่มากับโปรแกรม เขียนมาเป็นภาษาอังกฤษ

บางครั้งทำให้ผู้ที่ใช้ภาษาอังกฤษไม่คล่องจะมีปัญหาทำให้ไม่เข้าใจคู่มือ

ในวันนี้ได้นำเสนอคู่มือ และไฟล์ตัวอย่าง ที่ได้มีการแปลไว้เป็นภาษาไทย

สำหรับฝึกหัดใช้แบบจำลองการไหลแบบผสาน 1 และ 2 มิติด้วยแบบจำลอง MIKE Flood

ทั้งนี้แบบจำลอง MIKE Flood เป็นแบบจำลองที่ผสานแบบจำลอง MIKE 11 และ MIKE 21 เข้าด้วยกัน

เพื่อเป็นการลดข้อจำกัดที่เกิดจากการใช้แบบจำลองอย่างใดอย่างหนึ่งในการศึกษาปัญหาอุทกภัย

ตัวอย่างนี้มีคู่มือภาษาไทย อธิบายขั้นตอนต่างๆในการจัดทำแบบจำลองเฉพาะ MIKE Flood
ผู้ที่จะฝึกหัดตามคู่มือนี้ควรเรียนรู้การจัดทำแบบจำลอง MIKE 11 มาก่อน



หวังว่าจะช่วยให้ผู้ที่เริ่มหัดใช้งานแบบจำลอง MIKE Flood จะสามารถเข้าใจแบบฝึกหัดได้ง่ายขึ้น

วันพฤหัสบดีที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2556

การส่งออกพิกัดตลิ่งซ้าย ขวา ของลำน้ำใน MIKE11 ด้วยการใช้ MIKE Flood

ในแบบจำลอง MIKE11 เมื่อสร้าง Network และ Cross-section เสร็จแล้ว

เปิดพร้อมกันผ่าน Simulation จะสามารถแสดงตำแหน่งของ Cross-section ที่ระยะต่างๆของลำน้ำ

(update 7 Feb 2022) ในแบบจำลองรุ่นใหม่ MIKE Hydro River ที่มาแทน MIKE 11
จะมีตัวช่วยในการนำเข้า-ส่งออกข้อมูลของแบบจำลองกับไฟล์ SHP ได้ (ดูตัวอย่างรูปท้ายสุด)



โดยอิงตามพิกัดที่อยู่บน Network โดยการวางตำแหน่งหน้าตัดลำน้ำนั้น จะมีสองแบบคือ

1) หากไม่มีการกรอกค่าพิกัดของหน้าตัดลำน้ำไว้แล้ว แบบจำลองจะวางหน้าตัดลำน้ำ

ให้ตั้งฉากกับเส้นลำน้ำ และจุดที่มีระดับน้ำต่ำสุดจะอยู่ตรงกับเส้นแนวลำน้ำ

รูปนี้ จะเห็นว่าจุดกลางหน้าตัด (ระดับต่ำสุด) อยู่เบ้ไปทางขวา (รูปบน) เมื่อวาดไปบน Network (รูปล่าง) ตำแหน่งของระดับน้ำสุด จะวาดไปที่กลางแนวลำน้ำ (รูปนี้ต้ำน้ำไหลจาก บนลงล่าง)



2) ส่วนกรณีที่มีการกรอกพิกัดตลิ่งซ้าย และ ขวาของหน้าตัดลำน้ำไว้

การวาดรูปหน้าตัดลำน้ำ ก็จะอิงตามพิกัดที่กรอกไว้เป็นหลัก

รูปด้านล่างนี้ จะเห็นว่ามีส่วนที่สามารถกรอกค่า Coordinates เพิ่มเติมได้ หากมีข้อมูล



ในกรณีที่เรามีค่าพิกัดตลิ่งซ้าย หรือ ขวาของลำน้ำอยู่แล้ว คงไม่ใช่เรื่องยากที่จะจัดเรียงข้อมูลเหล่านั้น

แล้วเอาไปใช้ใน GIS เพื่อสร้างเส้นที่เป็นแนวของตลิ่งลำน้ำขึ้นได้

แต่กรณีที่ไม่มีพิกัดตลิ่งจากการสำรวจ (ผู้สำรวจไม่ได้บันทึกค่านี้ไว้ด้วย)

จะเห็นว่า แบบจำลองก็ยังสามารถวาด และวางตำแหน่งของหน้าตัดลำน้ำขึ้นมาได้ใน Network

และในกรณีที่เราต้องการพิกัดของตลิ่งซ้าย และ ขวา เพื่อนำไปใช้ประโยชน์อื่นๆ เช่นการใช้ใน GIS

ในแบบจำลอง MIKE11 เอง ยังไม่มีเครื่องมือช่วยในการส่งออกข้อมูลนี้โดยตรง

แต่จะมีเทคนิค ในการส่งออกข้อมูลนี้ดังนี้

1) จัดเตรียมแบบจำลอง MIKE11 ให้เรียบร้อย

2) จัดเตรียมแบบจำลอง MIKE21 FM (แนะนำให้ใช้ FM เพราะหากใช้กริดสี่เหลี่ยม จะมองไม่เห็น Chainage ในขั้นตอนที่ 7) ให้มีพื้นที่ศึกษา คลุมพื้นที่ Network ที่เราต้องการพิกัดของตลิ่ง

3) ผสานแบบจำลองเป็น MIKE Flood โดยเลือกใช้ไฟล์ MIKE11 และ MIKE21FM ที่สร้างไว้แล้ว

4) สร้าง Lateral Link ใน MIKE Flood สำหรับเส้นลำน้ำ ที่ต้องการค่าพิกัดของตลิ่ง โดยสามารถเลือกสร้าง Link โดยอิ่งตาม ตลิ่งซ้าย หรือ ขวา ได้ตามต้องการ

5) เมื่อสร้าง Link แล้ว ให้สั่งรันแบบจำลอง MIKE Flood หนึ่งครั้ง (ไม่จำเป็นต้องรอให้รันเสร็จ)

6) ที่ Folder เดียวกับที่จัดเก็บไฟล์ sim11 ไว้ จะมีการสร้งาไฟล์ใหม่ชื่อ MFLateral.xns11 ซึ่งจะเก็บค่าระยะทางตามลำน้ำ (ค่าอยู่ใน column X) และระดับของตลิ่งไว้ (ค่าอยู่ใน column Z)โดยไฟล์นี้จะแยกเก็บค่าระดับตลิ่งจาก Cross-section ของ MIKE11 และ DEM ของ MIKE21 ไว้แยกกัน

7) ที่ MIKE Flood หลังจากที่สร้าง Link เสร็จแล้ว จะมีตารางแสดงพิกัด X Y Chainage โดยจำนวนค่านี้ ขึ้นกับความละเอียดของจุดบนเส้นลำน้ำ ดังนั้นจึงมีจำนวน มากกว่าจำนวนหน้าตัดลำน้ำ


8) copy ค่าในตารางจากทั้งข้อ 6) และ ข้อ 7) ไปไว้ที่ Excel จะพบว่า หากเราสามารถหาค่า X, Y ของ หน้าตัดลำน้ำนั้นๆได้ โดยมีตัวเชื่อมคือ Chainage ซึ่งจำเป็นต้อง Interpolate เพื่อให้ได้ค่าที่แม่นยำอีกที

สำหรับขั้นตอนการสร้าง M21, M11, MFlood และ Lateral Link ขอให้ศึกษาเอาจากคู่มือนะครับ เพราะอธิบายในหน้านี้ จะยาวมาก

รวมถึงการ Matching, และทำ Interpolate ใน Excel ก็มีคนลงวิธีการทำใน Internet อยู่แล้ว ดังนั้นคงไม่ยากที่จะ search วีธีการแล้วมาประยุกต์ใช้กับตาราง excel ข้างบน เพื่อให้ได้ค่าพิกัดของตลิ่ง ของแต่ละหน้าตัดลำน้ำ พร้อมค่าระดับตลิ่ง

กรณีที่อัพเดทตัวแบบจำลอง MIKE 11 มาใช้งาน MIKE Hydro River 
จะมีเครื่องมือสำหรับการนำเข้า- ส่งออกไฟล์แบบจำลองกับ SHP ได้ภายในโปรแกรม
ดังตัวอย่างรูปด้านล่าง



วันอังคารที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2556

ค่าระดับท้องน้ำ (Bottom Level) และตลิ่ง (Bank Level) จากแบบจำลอง M11

สำหรับผู้ใช้แบบจำลอง MIKE 11 ข้อมูลค่าระดับของหน้าตัดลำน้ำ
เป็นข้อมูลที่ต้องป้อนเข้าแบบจำลอง

วันนี้จะแนะนำเทคนิคในการ ส่งออกค่าระดับต่างๆที่เราป้อนเข้าไปในแต่ละหน้าตัด โดยอิงตามระยะทางตามลำน้ำ

ค่าระดับต่างๆในหน้าตัดลำน้ำที่กล่าวถึงข้างต้น อาจประกอบด้วย ระดับท้องน้ำ ระดับตลิ่งซ้าย-ขวา และระดับของ Marker อื่นๆที่เราใส่ไว้ในแบบจำลอง

การส่งออกค่าต่างๆ อิงตามระยะทางตามลำน้ำ (Chainage) นั้นสามารถทำได้โดยใช้โปรแกรม
MIKE View ซึ่งเป็นโปแกรมฟรี สำหรับการเปิดดูผลคำนวณของ MIKE 11

เบื้องต้น ให้เปิดผลคำนวณของ โครงการที่ต้องการค่าระดับต่างๆของหน้าตัดลำน้ำขึ้นมา
จากนั้นสร้างกราฟ Profile ของลำน้ำเป้าหมาย ด้วยเครื่องมือ

จากนั้นคลิกขวาที่กราฟ Profile ที่ได้มา แล้วเลือก Option

แล้วเลือกหน้า Tabular Items จากนั้นเพิ่มข้อมูล ที่ต้องการตัวเลขทั้งหมดลงไป



รูปด้านล่างนี้ แสดงให้เห็นค่า Static และ Dynamic ที่เราสามารถดึงออกมาเป็นตัวเลขได้



เมื่อเพิ่ม Tabular Items ที่ต้องการเรียบร้อยแล้ว ให้กลับออกมาที่กราฟ Profile


แล้วคลิกขวาที่รูปเลือก Metafile และเลือก Tab View To Clipboard


ค่าระดับทั้งหมดที่เราได้เลือกไว้ใน Tabular Items ในหน้าต่าง Option จะถูกเก็บไว้ใน Clipboard ซึ่งพร้อมที่จะให้เราไป Paste ไว้ในเอกสารที่ต้องการ

ตัวอย่างเมื่อไป Paste ที่ Excel



จากรูปตัวอย่าง จะเห็นว่า เราสามารถส่งออกค่า ระยะทางตามลำน้ำ ระดับตลิ่งซ้าย-ขวา รวมถึงระดับน้ำที่เวลาต่างๆได้ด้วย

รูปตัวอย่าง เป็นการส่งออกค่าระดับน้ำที่เวลาต่างกัน จะเห็นว่าค่า Water Level จะไม่เท่ากัน ขึ้นกับว่าเรา Play ค่าระดับน้ำในกราฟ Profile ไว้ที่ Timestep ใด

วันอาทิตย์ที่ 1 ธันวาคม พ.ศ. 2556

แบบฝึกหัดเพื่อการเริ่มใช้งานแบบจำลอง MIKE11 Hydrodynamic และ Rainfall Runoff

แบบจำลอง MIKEbyDHI เมื่อลงโปรแกรมเสร็จแล้ว
จะมีคู่มือการใช้งาน และตัวอย่างสำหรับฝึกหัดสร้างแบบจำลองมาให้ด้วย

โดยปกติแล้วหลังลงโปรแกรม จะมีคู่มืออยู่ที่
C:\Program Files (x86)\DHI\2012\MIKE Zero\Manuals

และมีไฟล์ตัวอย่างสำหรับฝึกหัดไปคู่กับการแนะนำในคู่มือ อยู่ที่
C:\Program Files (x86)\DHI\2012\MIKE Zero\Examples

อย่างไรก็ตาม คู่มือ ทั้งหมดที่มากับโปรแกรม เขียนมาเป็นภาษาอังกฤษ

บางครั้งทำให้ผู้ที่ใช้ภาษาอังกฤษไม่คล่องจะมีปัญหาทำให้ไม่เข้าใจคู่มือ

ในวันนี้ได้นำเสนอคู่มือ และไฟล์ตัวอย่าง ที่ได้มีการแปลไว้เป็นภาษาไทย

สำหรับฝึกหัดใช้แบบจำลองการไหลแบบ 1 มิติด้วยแบบจำลอง MIKE 11



โดยเป็นแบบจำลองที่คลอบคลุมงานด้าน น้ำฝน-น้ำท่า (Rainfall-Runoff)




และแบบจำลองด้านชลศาสตร์การไหล (Hydrodynamic)



หวังว่าจะช่วยให้ผู้ที่เริ่มหัดใช้งานแบบจำลอง MIKE 11 จะสามารถเข้าใจแบบฝึกหัดได้ง่ายขึ้น

วันอังคารที่ 8 ตุลาคม พ.ศ. 2556

การตั้งค่าใน Control Structure ของแบบจำลอง MIKE 11 เพื่อควบคุมการระบายน้ำ

ในแบบจำลอง MIKE 11 จะมีโมดูลสำหรับโครงสร้างควบคุมการไหลของน้ำ

ในชื่อย่อ SO หรือมาจาก Structure Operation

โมดูลย่อยนี้ สามารถนำมาใช้ในการเพิ่มโครงสร้างบริหารจัดการน้ำแบบต่างๆ


ประกอบไปด้วย ฝาย ท่อลอด สะพาน สถานีสูบน้ำ และอื่นๆ

สำหรับโครงสร้างที่นิยมนำมาใช้บ่อยมากๆคือ Control Str.

เป็นส่วนที่สามารถนำมาใช้กำหนดกฎเกณฑ์การไหล ภายใต้เงื่อนไขเพิ่มเติม

ทำให้มีความยืดหยุ่นในการควบคุมการไหลของน้ำได้สูง จึงสามารถนำมาใช้ได้ในหลายๆกรณี

สำหรับวันนี้ จะแนะนำการใช้ Control Str. สำหรับควบคุมการระบายน้ำโดยมีเงื่อนไขการระบายดังนี้

1 หากมีข้อมูลตรวจวัดการปล่อยน้ำ ให้ใช้ค่าจากการตรวจวัด
2 หากมีข้อมูลประมาณการการปล่อยน้ำ ให้ใช้ค่าจากการประมาณการ
3 หากมีการเปลี่ยนแปลงการปล่อยน้ำยังไม่ถึง 1 ชั่วโมง จะยังไม่เปลี่ยนแปลง
4 หากระดับน้ำ เท่ากับระดับน้ำจาก Rule Curve จะใช้การปล่อยน้ำเท่าเดิม
5 หากระดับน้ำ ต่ำกว่า ระดับน้ำจาก Rule Curve จะให้ปล่อยน้ำลดลง
6 หากระดับน้ำ สูงกว่า ระดับน้ำจาก Rule Curve จะให้ปล่อยน้ำเพิ่มขึ้น

จากเกณฑท์ควบคุมการระบายน้ำทั้ง 6 ข้อข้างบน จะเป็นการควบคุมให้การระบายน้ำเป็นไปอย่างถูกต้อง
ตามการบริหารจริง และยังเพิ่มเงื่อนไขไว้ต่อท้าย ในกรณีที่ หากไม่มีข้อมูลตรวจวัด ก็จะสลับกลับมาใช้การระบายน้ำโดยอิงตามเกณฑ์ของ Rule Curve ของเขื่อนนั้นๆแทน

การตั้งค่า Control Str. จะตั้งค่าใน Network file โดยเปิด Tabular View แล้วเลือกไปที่ Control Str.

กำหนดตำแหน่งที่ตั้งของโครงสร้างให้เรียบร้อย โดยต้องมี Name, Chainage และ ID ให้ครบ


เนื่องจากต้องการเงื่อนไขควบคุมการระบาย 6 ข้อ ดังนั้นให้กด Tab ที่ช่องข้อมูล Control Definition เพื่อเพิ่มช่องข้อมูลให้ครบ 6 และปรับเปลี่ยน Calculation Mode ให้เป็น Tabulated สำหรับทุกข้อ ยกเว้นข้อ 3 และ 4 ให้เป็น Unchanged


เลือกเงื่อนไขที่ 1 แล้วกดปุ่ม Details ตั้งค่าใน Logical Operands ให้ใช้ LO Type เป็น TS-Scalar และ Sign ใช้ ">" โดยมี Value เป็น 0 และ ให้ Browse หาไฟล์ที่เป็นปริมาณน้ำระบายจากการตรวจวัด
(ไฟล์ค่าการระบายน้ำ กรณีที่มีข้อมูล ให้กรอกข้อมูลจริง แต่หากช่วงเวลาใดไม่มีข้อมูล ให้กรอกเป็นค่า ติดลบ จะเป็นการบอกให้โปรแกรมรับรู้ว่า ไม่มีข้อมูล)


ในหน้า Control and Targetpoint ให้เลือก Control Type เป็น Time แล้ว Browse หาไฟล์การระบายน้ำไฟล์เดียวกับที่ใช้ในหน้า Logical Operands


ทำเช่นเดียวกันนี้ กับเงื่อนไขการระบายน้ำที่ 2 แต่เปลี่ยนมาใช้ไฟล์ข้อมูลประมาณการ การระบายน้ำแทน


สำหรับเงื่อนไขการระบายน้ำที่ 3 ในหน้า Logical Operands ให้เลือก LO Type เป็น ThisGate TSLGLC (โดย TSLGLC  ย่อมาจาก Time Since Last Gate Level Change) และเปลี่ยน Sign เป็น < พร้อมกับค่า Value เป็น 1 ชั่วโมง ซึ่งตัวเลขบอกระยะเวลาที่ต้องการคุมไม่ให้มีการปรับเปลี่ยนปริมาณการระบายอาจเปลี่ยนเป็นค่าอื่นได้ขึ้นกับความเหมาะสมของโครงสร้างในจุดนั้นๆ


สำหรับเงื่อนไขการระบายที่ 4 ในหน้า Logical Operands จะใช้ LO Type เป็น Hups (ระดับน้ำเหนือเขื่อน) เปลี่ยน Sign เป็น "=" และ Use TS-value เป็น Yes จากนั้น Browse หาไฟล์ที่เป็น Rule Curve ของเขื่อน


เงื่อนไขการระบายน้ำที่ 5 ตั้งค่าใน Logical Operands เหมือนเงื่อนไขที่ 4 แต่ใช้ Sign เป็น "<" แทน เท่ากับกรณีนี้จะทำงานเมื่อระดับน้ำต่ำกว่า Rule Curve และจะต้องเข้าไปตั้งค่าให้ลดการระบายน้ำต่อไป


ในหน้า Control - and Targetpoint ให้ใช้ตัว Control Type เป็น Qups กรณีนี้คือ ปริมาณน้ำไหลเข้าเขื่อน


ในหน้า Control Strategy เป็นตารางแสดงค่าระหว่าง Control Point Value VS Target Point Value ตัวอย่างนี้เป็นการตั้งค่าในกรณีเขื่อนมีการระบายสูงสุดไม่เกิน 1530 และตั้งค่าให้การระบาย น้อยกว่าน้ำไหลเข้าเขื่อน 30 ซึ่งมีผลทำให้ระดับน้ำสูงขึ้นหากระบายตามวิธีการนี้


สำหรับเงื่อนไขสุดท้าย ในหน้า Logical Operands ไม่จำเป็นต้องตั้งค่า แต่หน้า Control - and Targetpoint ให้ตั้งค่าเหมือนเงื่อนไขที่ 5 ส่วน Control Strategy ก็ตั้งค่าให้การระบาย สูงกว่าน้ำไหลเข้าเขื่อน เพื่อให้ระดับน้ำลดลง


เมื่อตั้งค่าเงื่อนไขการระบายครบหมดแล้ว ก็พร้อมจะนำไฟล์ Network ดังกล่าวไปทดสอบใช้
แต่อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่มีการลดจำนวนหน้าตัดลำน้ำเหนือเขื่อน ให้เหลือเพียง 1-2 หน้าตัด เพื่อจำลองเพียงปริมาณน้ำในเขื่อนนั้น การคำนวณจะมี Stability น้อย ดังนั้นอาจปรับแก้ค่า Delta ใน Default Values ซึ่งอยู่ในไฟล์ HD parameter เพิ่มขึ้น เช่นเปลี่ยนจาก 0.5 เป็น 0.75 เป็นต้น
ส่วนรายละเอียดทางเทคนิคของพารามิเตอร์นี้ ให้ตรวจสอบดูจากคู่มือ Scientific documentation ของแบบจำลอง MIKE 11 ที่จะมาพร้อมกับการติดตั้งโปรแกรม


หลังจากตั้งค่าโครงสร้างแล้ว ควรจะตรวจสอบผลการทำงานของโครงสร้างนั้นๆด้วย
ว่าควบคุมการไหล ได้ตามที่ตั้งค่าไว้ทั้งหมดหรือไม่
ในกรณีตัวอย่างนี้ จะต้องตรวจสอบระดับน้ำในเขื่อน และการระบาย ว่าเป็นไปตามเงื่อนไข
ครบถ้วนหรือไม่



อัพเดทเพิ่มด้านล่างนี้เมื่อ 2013-10-11
vvvvvvvvvvvvvvvvvvvvvvvvvvvvvvvvvvvvvvvvvvvvvvvvvvvvvvvvvvvvvvvvvvvvv

ในกรณีต้องการตั้งค่าประตูระบายน้ำ เพื่อควบคุมระดับน้ำเหนือบานประตูให้คงที่

เราสามารถทำได้โดย เปลี่ยนรูปแบบของโครงสร้าง จากการควบคุมด้วย Discharge มาเป็น Sluice Formula


และต้องกรอกข้อมูลลักษณะของบานประตูให้ครบ รวมถึงฐานประตูด้วย

จากนั้น การควบคุมการระบายน้ำ ใน Control Definition จะมี 3 ข้อดังนี้


โดยข้อแรก จะตั้งค่าเช่นเดียวกับ Control Definition ข้อ 3 ของโครงสร้างก่อนหน้าที่
ซึ่งตั้งค่าให้ ThisGate-TSLGLC มีค่าน้อยกว่า 1 ชั่วโมง จะยังไม่มีการเปลี่ยนแปลง

ส่วนข้อ 2 จะตั้งค่าใน Detail โดยให้มี LO-Type เป็น Hups และตรวจสอบว่า มีค่าสูงกว่าระดับน้ำที่ต้องการควบคุม (เมื่อระดับน้ำสูงเกิน โปรแกรมจะเปิดบานเพิ่มขึ้น จนกว่าจะถึงระดับ Fully Open ซึ่งเป็นการพยายามลดระดับน้ำลง)

ส่วนข้อ 3 ไม่ต้องตั้งค่าใดๆ (การจะเข้ามาเงื่อนไขข้อนี้ ก็ต่อเมื่อ ระดับน้ำต่ำกว่าเกณฑ์ที่ต้องการ ดังนั้น โปรแกรมจะพยายามปิดประตู เพื่อลดการระบาย และทำให้ระดับน้ำสูงขึ้น)

จาก Control Definition ทั้ง 3 ข้อ ก็เพียงพอที่จะทำให้โครงสร้างนี้ สามารถควบคุมระดับน้ำเหนือบางประตู ได้ตามที่ต้องการแล้ว