แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ MIKE 21 แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ MIKE 21 แสดงบทความทั้งหมด

วันพฤหัสบดีที่ 3 มกราคม พ.ศ. 2562

การคำนวณผลกระทบจากพายุ ปาบึก Pabuk ด้วยแบบจำลอง MIKE21 FM


ด้วยมีเหตุการณ์พายุชื่อปาบึก
กำลังจะพัดขึ้นฝั่งทางภายใต้ของไทยในช่วงวันที่ 3-6 มค. 2562
และในวันนี้ ก็พอจะมีข้อมูลพายุจากทางกรมอุตุฯ
ที่เป็นข้อมูลปัจจุบัน และพยากรณ์ล่วงหน้าว่าพายุจะไปทิศทางไหน

ประกอบกับมีแบบจำลอง MIKE21 FM พร้อมข้อมูลเพียงพอต่อการ
นำมาใช้คำนวณผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นได้จากพายุปาบึกนี้

การคำนวณด้วยแบบจำลอง MIKE21 จะให้ผลเป็นระดับน้ำ 
และความเร็วกระแสน้ำในอ่าวไทยทั้งหมด
แต่ในการติดตามและประเมินผลกระทบจะเน้นส่วนของระดับน้ำเป็นหลัก

ในการทำแบบจำลองจะมีลำดับขั้นตอนดังนี้คือ

เตรียมข้อมูลพายุ จากระบบเฝ้าระวังของกรมอุตุฯ
(http://www.metalarm.tmd.go.th/monitor/typhoon)
ซึ่งได้ให้รายละเอียดไว้พอสมควรว่าระดับความแรงพายุเป็นอย่างไร
(รูปด้านล่างเป็นข้อมูล ณ วันที่ 3 ช่วงบ่าย ดังนั้น หลังเวลาดังกล่าวเป็นการคาดการทางเดินพายุ)


จากนั้นนำมาใช้สร้างแผนที่ลมในอ่าวไทยด้วยโปรแกรม 
Cyclone Wind Generation


โดยกรอกข้อมูลที่จำเป็นคือ ตำแหน่งตาพายุ ความเร็วลมสูงสุด และอื่นๆ จะได้แผนที่ลมดังรูปด้านล่าง


เมื่อได้ข้อมูลลมแล้ว จึงนำมาคำนวณกระแสน้ำและระดับน้ำในอ่าวไทย
โดยในที่นี้ได้แบ่งเป็น 3 กรณีคือ

กรณีกระแสน้ำและระดับน้ำที่เกิดจาก ลมพายุ เพียงอย่างเดียว


โดยมีระดับน้ำสูงสุด (ตลอดช่วงเวลาพายุ) ดังรูปด้านล่าง



กรณีกระแสน้ำและระดับน้ำที่เกิดจาก น้ำขึ้นน้ำลง เพียงอย่างเดียว


โดยมีระดับน้ำสูงสุด (ตลอดช่วงเวลาพายุ) ดังรูปด้านล่าง


และสุดท้าย กรณีที่คำนวณโดยใช้ทั้งระดับน้ำขึ้นลงและลมพายุพร้อมกัน



โดยมีระดับน้ำสูงสุด (ตลอดช่วงเวลาพายุ) ดังรูปด้านล่าง


จากผลคำนวณทั้ง 3 กรณี พบว่า บริเวณที่ได้รับผลกระทบค่อนข้างมาก
หากพายุมีทิศทางตามที่กรมอุตุพยากรณ์ไว้ คือ
บริเวณอ่าวบ้านดอน จังหวัดสุราษฎร์ธานี และ 
บริเวณปากพนัง จังหวัดนครศรีธรรมราช

โดยกราฟด้านล่างแสดงระดับน้ำจาก 3 กรณีที่คำนวณได้บริเวณอ่าวบ้านดอน


ผลที่ได้ พอจะสรุปได้ดังนี้
หากการพัดผ่านของพายุเป็นไปตามพยากรณ์ อิทธิพลของพายุเพียงอย่างเดียว (เส้นแดง) อาจยกระดับน้ำได้สูงขึ้นถึงราวๆ 1.3 เมตร ในช่วงเที่ยงคืนวันที่ 4 อย่างไรก็ตามในเวลาดังกล่าว เป็นช่วงเวลาน้ำลงต่ำสุดพอดี (เส้นดำ) จึงน่าจะทำให้ลดผลกระทบในบริเวณนี้ได้มากดังแสดงในเส้นผลรวมของทั้งพายุและน้ำขึ้นน้ำลง (เส้นน้ำเงิน)

อย่างไรก็ตาม เนื่องจากพายุ จะมีการเปลี่ยนเส้นทาง และระยะเวลาการพัดผ่านที่อาจผิดไปจากพยากรณ์ได้ ดังนั้น หากนับสถานการณ์ร้ายแรงสุดกรณีพายุมีผลให้ระดับน้ำสูงสุดในช่วงที่ระดับน้ำขึ้นลงขึ้นสูงสุดพอดี จะทำให้ระดับน้ำยกสูงได้ราวๆ 2.5 เมตร

ต่อมาเป็นความสูงคลื่นที่เกิดจากลมพายุ
คลื่นเหล่านี้จะวิ่งไปบนผิวน้ำอีกที ให้นึกถึงว่า ถ้าระดับน้ำยกตัว 2 เมตร แล้วคลื่นสูงอีก 1 เมตร
จะเท่ากับว่า ณ เวลานั้น เราจะมีน้ำกระโจนใส่ได้ที่ระดับสูงถึง 3 เมตร

ถ้าถอดเฉพาะค่าสูงสุดมาเป็นแผนที่ความสูงคลื่นจากพายุจะได้ดังนี้

จากความสูงคลื่นที่คำนวณได้ จะพบว่า
บริเวณแหลมตะลุมพุกเป็นพื้นที่ควรเฝ้าระวังเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นพื้นที่เปิดรับคลื่นโดยตรง
และเส้นทางพายุมีเส้นทางเข้าไปยังบริเวณนั้นทำให้ความสูงคลื่นบริเวณนั้นสูงมาก
ประกอบกับเมื่อระดับน้ำมีการยกตัว ทำให้คลื่นเคลื่อนที่เข้าไปได้ลึกมากขึ้นโดยไม่แตกตัวไปก่อน


หวังว่า ผลคำนวณข้างต้นจะมีประโยชน์บางส่วน ต่อการวางแผนรับมือกับวาตะภัยในครั้งนี้
ขอให้ผู้ที่ทำงานลงไปช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ และผู้อยู่ในพื้นที่เองปลอยภัยทุกท่าน


ด้านล่างนี้ ผมเข้ามาเพิ่มรายละเอียดในช่วงบ่าย วันที่ 5 มค.
เนื่องจากพอดีมาสำรวจหาดที่ระยองระหว่างวันที่ 4-5 มค. และได้เห็นอิธิพลของปาบึกที่ส่งผลมาถึงระยองด้วย

วีดีโอแสดงคลื่นบริเวณหาดน้ำริน ระยอง ช่วงเที่ยงวันที่ 5 มค. พบว่ามีคลื่นแรงโดยลมสงบมาก


วันที่ 4 คลื่นแรงกว่าปกติในช่วงเวลานี้ของระยอง โดยที่ไม่มีลมพัด แต่มีคลื่นแรง และช่วงดึกๆต่อเนื่องเช้าวันที่ 5 ระดับน้ำเฉลี่ยสูงขึ้นเล็กน้อย พร้อมกับมีคลื่นแรงมากขึ้น

คลื่นที่เข้ามาเป็นคลื่นที่ค่อนราบแต่มีพลังมาก ซึ่งเป็นลักษณะของคลื่นลมที่ถูกพัดมาจากที่ไกลๆ ลักษณะจะมีความสูงในน้ำลึกไม่มากแต่มีคาบเวลาคลื่นค่อนข้างยาว เวลาเข้าใกล้ฝั่งจะยกตัวสูงและแตกตัว ทำให้เกิดการซัดตะกอนทรายมาเกยด้านบนและทำให้หาดมีความชันมากขึ้น เห็นได้ชัดจากรูปบริเวณหาดน้ำรินของวันที่ 4 และ 5 ซึ่งทรายมากองหน้ากำแพงในวันที่ 5 จนเกือบเท่ากับความสูงกำแพงแล้ว ในขณะที่วันก่อนหน้านี้ยังมีระดับทรายต่ำกว่ากำแพงถึงกว่า 1-2 เมตร

สองรูปนี้เป็นรูปแสดงทรายหน้ากำแพงกันคลื่นที่หาดน้ำริน ระยอง
ในช่วงเที่ยง วันที่ 4 มค. และเที่ยงวันที่ 5 มค.




แล้วก็เลยตรวจสอบผลคำนวณที่ทำไว้ก่อนหน้านี้ พบว่าสอดคล้องกับที่ได้คุยกับชาวบ้านที่พักอยู่บริเวณหาดน้ำริน ระยอง ว่าคลื่นเริ่มแรงและซัดทรายขึ้นมากองตั้งแต่ช่วงดึกของวันที่ 4 มค. โดยก่อนหน้านี้ระดับทรายยังต่ำกว่ากำแพงแบบท่วมหัว

รูปด้านล่างแสดงคลื่นที่คำนวณได้จากอิทธิพลของพายุปาบึก
จะเห็นพบว่าคลื่นมาถึงมาบตาพุดในช่วงดึกวันที่ 4 ต่อเนื่องวันที่ 5
โดยเป็นคลื่นที่ไม่สูงแต่มีความยากคลื่นมาก


นอกจากนี้ ยังได้สอบถามถึงระดับน้ำบริเวณหาดน้ำรินกับชาวบ้าน ซึ่งให้ความเห็นว่าไม่รู้สึกว่าระดับน้ำต่างกับปกติเท่าไหร่ สอดคล้องกับผลคำนวณที่ระดับน้ำบริเวณนี้จะต่างกับปกติไม่มากนัก ประกอบกับคลื่นทำให้สังเกตความแตกต่างในส่วนของระดับน้ำยากพายุได้ยาก


จากผลของแบบจำลองนี้ ยังสามารถตรวจสอบผลระดับน้ำ การมาถึงของคลื่น และการยกตัวของน้ำเนื่องจากพายุ และอื่นๆ ได้อีกมาก ในตำแหน่งต่างๆ ทั่วทั้งอ่าวไทย
ชี้ให้เห็นถึงประโยชน์ในการใช้งานแบบจำลอง
ที่สามารถนำมาช่วยในการวางแผนรับมืออุทกภัยได้อย่างมีประสิทธิภาพ

วันพฤหัสบดีที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2556

แบบฝึกหัดเพื่อการเริ่มใช้งานแบบจำลอง MIKE Flood

แบบจำลอง MIKEbyDHI เมื่อลงโปรแกรมเสร็จแล้ว
จะมีคู่มือการใช้งาน และตัวอย่างสำหรับฝึกหัดสร้างแบบจำลองมาให้ด้วย

โดยปกติแล้วหลังลงโปรแกรม จะมีคู่มืออยู่ที่
C:\Program Files (x86)\DHI\2012\MIKE Zero\Manuals

และมีไฟล์ตัวอย่างสำหรับฝึกหัดไปคู่กับการแนะนำในคู่มือ อยู่ที่
C:\Program Files (x86)\DHI\2012\MIKE Zero\Examples

อย่างไรก็ตาม คู่มือ ทั้งหมดที่มากับโปรแกรม เขียนมาเป็นภาษาอังกฤษ

บางครั้งทำให้ผู้ที่ใช้ภาษาอังกฤษไม่คล่องจะมีปัญหาทำให้ไม่เข้าใจคู่มือ

ในวันนี้ได้นำเสนอคู่มือ และไฟล์ตัวอย่าง ที่ได้มีการแปลไว้เป็นภาษาไทย

สำหรับฝึกหัดใช้แบบจำลองการไหลแบบผสาน 1 และ 2 มิติด้วยแบบจำลอง MIKE Flood

ทั้งนี้แบบจำลอง MIKE Flood เป็นแบบจำลองที่ผสานแบบจำลอง MIKE 11 และ MIKE 21 เข้าด้วยกัน

เพื่อเป็นการลดข้อจำกัดที่เกิดจากการใช้แบบจำลองอย่างใดอย่างหนึ่งในการศึกษาปัญหาอุทกภัย

ตัวอย่างนี้มีคู่มือภาษาไทย อธิบายขั้นตอนต่างๆในการจัดทำแบบจำลองเฉพาะ MIKE Flood
ผู้ที่จะฝึกหัดตามคู่มือนี้ควรเรียนรู้การจัดทำแบบจำลอง MIKE 11 มาก่อน



หวังว่าจะช่วยให้ผู้ที่เริ่มหัดใช้งานแบบจำลอง MIKE Flood จะสามารถเข้าใจแบบฝึกหัดได้ง่ายขึ้น

วันพฤหัสบดีที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2556

การส่งออกพิกัดตลิ่งซ้าย ขวา ของลำน้ำใน MIKE11 ด้วยการใช้ MIKE Flood

ในแบบจำลอง MIKE11 เมื่อสร้าง Network และ Cross-section เสร็จแล้ว

เปิดพร้อมกันผ่าน Simulation จะสามารถแสดงตำแหน่งของ Cross-section ที่ระยะต่างๆของลำน้ำ

(update 7 Feb 2022) ในแบบจำลองรุ่นใหม่ MIKE Hydro River ที่มาแทน MIKE 11
จะมีตัวช่วยในการนำเข้า-ส่งออกข้อมูลของแบบจำลองกับไฟล์ SHP ได้ (ดูตัวอย่างรูปท้ายสุด)



โดยอิงตามพิกัดที่อยู่บน Network โดยการวางตำแหน่งหน้าตัดลำน้ำนั้น จะมีสองแบบคือ

1) หากไม่มีการกรอกค่าพิกัดของหน้าตัดลำน้ำไว้แล้ว แบบจำลองจะวางหน้าตัดลำน้ำ

ให้ตั้งฉากกับเส้นลำน้ำ และจุดที่มีระดับน้ำต่ำสุดจะอยู่ตรงกับเส้นแนวลำน้ำ

รูปนี้ จะเห็นว่าจุดกลางหน้าตัด (ระดับต่ำสุด) อยู่เบ้ไปทางขวา (รูปบน) เมื่อวาดไปบน Network (รูปล่าง) ตำแหน่งของระดับน้ำสุด จะวาดไปที่กลางแนวลำน้ำ (รูปนี้ต้ำน้ำไหลจาก บนลงล่าง)



2) ส่วนกรณีที่มีการกรอกพิกัดตลิ่งซ้าย และ ขวาของหน้าตัดลำน้ำไว้

การวาดรูปหน้าตัดลำน้ำ ก็จะอิงตามพิกัดที่กรอกไว้เป็นหลัก

รูปด้านล่างนี้ จะเห็นว่ามีส่วนที่สามารถกรอกค่า Coordinates เพิ่มเติมได้ หากมีข้อมูล



ในกรณีที่เรามีค่าพิกัดตลิ่งซ้าย หรือ ขวาของลำน้ำอยู่แล้ว คงไม่ใช่เรื่องยากที่จะจัดเรียงข้อมูลเหล่านั้น

แล้วเอาไปใช้ใน GIS เพื่อสร้างเส้นที่เป็นแนวของตลิ่งลำน้ำขึ้นได้

แต่กรณีที่ไม่มีพิกัดตลิ่งจากการสำรวจ (ผู้สำรวจไม่ได้บันทึกค่านี้ไว้ด้วย)

จะเห็นว่า แบบจำลองก็ยังสามารถวาด และวางตำแหน่งของหน้าตัดลำน้ำขึ้นมาได้ใน Network

และในกรณีที่เราต้องการพิกัดของตลิ่งซ้าย และ ขวา เพื่อนำไปใช้ประโยชน์อื่นๆ เช่นการใช้ใน GIS

ในแบบจำลอง MIKE11 เอง ยังไม่มีเครื่องมือช่วยในการส่งออกข้อมูลนี้โดยตรง

แต่จะมีเทคนิค ในการส่งออกข้อมูลนี้ดังนี้

1) จัดเตรียมแบบจำลอง MIKE11 ให้เรียบร้อย

2) จัดเตรียมแบบจำลอง MIKE21 FM (แนะนำให้ใช้ FM เพราะหากใช้กริดสี่เหลี่ยม จะมองไม่เห็น Chainage ในขั้นตอนที่ 7) ให้มีพื้นที่ศึกษา คลุมพื้นที่ Network ที่เราต้องการพิกัดของตลิ่ง

3) ผสานแบบจำลองเป็น MIKE Flood โดยเลือกใช้ไฟล์ MIKE11 และ MIKE21FM ที่สร้างไว้แล้ว

4) สร้าง Lateral Link ใน MIKE Flood สำหรับเส้นลำน้ำ ที่ต้องการค่าพิกัดของตลิ่ง โดยสามารถเลือกสร้าง Link โดยอิ่งตาม ตลิ่งซ้าย หรือ ขวา ได้ตามต้องการ

5) เมื่อสร้าง Link แล้ว ให้สั่งรันแบบจำลอง MIKE Flood หนึ่งครั้ง (ไม่จำเป็นต้องรอให้รันเสร็จ)

6) ที่ Folder เดียวกับที่จัดเก็บไฟล์ sim11 ไว้ จะมีการสร้งาไฟล์ใหม่ชื่อ MFLateral.xns11 ซึ่งจะเก็บค่าระยะทางตามลำน้ำ (ค่าอยู่ใน column X) และระดับของตลิ่งไว้ (ค่าอยู่ใน column Z)โดยไฟล์นี้จะแยกเก็บค่าระดับตลิ่งจาก Cross-section ของ MIKE11 และ DEM ของ MIKE21 ไว้แยกกัน

7) ที่ MIKE Flood หลังจากที่สร้าง Link เสร็จแล้ว จะมีตารางแสดงพิกัด X Y Chainage โดยจำนวนค่านี้ ขึ้นกับความละเอียดของจุดบนเส้นลำน้ำ ดังนั้นจึงมีจำนวน มากกว่าจำนวนหน้าตัดลำน้ำ


8) copy ค่าในตารางจากทั้งข้อ 6) และ ข้อ 7) ไปไว้ที่ Excel จะพบว่า หากเราสามารถหาค่า X, Y ของ หน้าตัดลำน้ำนั้นๆได้ โดยมีตัวเชื่อมคือ Chainage ซึ่งจำเป็นต้อง Interpolate เพื่อให้ได้ค่าที่แม่นยำอีกที

สำหรับขั้นตอนการสร้าง M21, M11, MFlood และ Lateral Link ขอให้ศึกษาเอาจากคู่มือนะครับ เพราะอธิบายในหน้านี้ จะยาวมาก

รวมถึงการ Matching, และทำ Interpolate ใน Excel ก็มีคนลงวิธีการทำใน Internet อยู่แล้ว ดังนั้นคงไม่ยากที่จะ search วีธีการแล้วมาประยุกต์ใช้กับตาราง excel ข้างบน เพื่อให้ได้ค่าพิกัดของตลิ่ง ของแต่ละหน้าตัดลำน้ำ พร้อมค่าระดับตลิ่ง

กรณีที่อัพเดทตัวแบบจำลอง MIKE 11 มาใช้งาน MIKE Hydro River 
จะมีเครื่องมือสำหรับการนำเข้า- ส่งออกไฟล์แบบจำลองกับ SHP ได้ภายในโปรแกรม
ดังตัวอย่างรูปด้านล่าง



วันอังคารที่ 13 สิงหาคม พ.ศ. 2556

คำนวณพื้นที่น้ำท่วม และปริมาณน้ำ จากไฟล์ DFS2 ซึ่งเป็นผลคำนวณจากแบบจำลอง MIKE21 หรือแบบจำลอง MIKE11

วิธีคำนวณพื้นที่น้ำท่วม ปริมาตรน้ำในพื้นที่น้ำท่วม สามารถทำดังนี้
1 มีผลคำนวณที่เป็นไฟล์ *.dfs2 เรียบร้อยแล้ว
2 เปิดไฟล์ *.dfs2 ขึ้นมา จะมีลักษณะดังรูป (ตัวอย่าง เป็นพื้นที่อ่าวบ้านดอน) โดยด้านซ้ายเป็นแผนที่ ด้านขวาเป็นตารางแสดงข้อมูลเป็นตัวเลข



ใช้เครื่องมือดังรูปด้านล่าง เพื่อเลือกเฉพาะพื้นที่ในอ่าว หรือพื้นที่น้ำท่วมที่ต้องการคำนวณปริมาตร หรือพื้นที่



4 การเลือกพื้นที่ ต้องกะเองครับ ว่าเอาแค่ไหนถึงเป็นพื้นที่ที่ต้องการ แต่เบื้องต้น จะเลือกเกินพื้นที่ไว้ก่อน จะได้พื้นที่แรเงาดังรูปตัวอย่างด้านล่าง
ปล. เวลาเลือกพื้นที่ ก็คลิกเม้าท์ซ้ายไปเรื่อยๆ ให้คลุมพื้นที่ที่ต้องการ เวลาจะจบการเลือก ก็ ดับเบิลคลิก


จะเห็นว่าพื้นที่เลือกจะเกินกว่าที่ต้องการ โดยรวมพวกพื้นที่ที่เป็น Land ไปด้วย (พวกสีแดง) ให้ใช้เมนู Tools/Deselect/Values…
แล้วเลือกชนิดเป็น Value และเลือก Equal to 10 (กรณีที่ไฟล์ dfs2 มี land value เป็นค่าอื่น ให้ใช้ค่านั้นแทน) แล้วตอบ OK มันจะลบแรเงาส่วนที่เป็นสีแดงออกหมด



การเลือกช่วงเวลาต่างๆ ให้ใช้เมนู Tools/Navigation จะมีหน้าต่างดังรูป ก็เลือกช่วงเวลาที่ต้องการคำนวณได้เลย แล้วตามด้วยการเชคสถิติตามข้อ ก็จะสามารถได้ปริมาณน้ำในอ่าว ที่เวลาต่างๆที่ต้องการได้ทุกช่วงเวลา (ผลคำนวณขึ้นอยู่กับไฟล์ dfs2 ว่ามีการตั้งค่าให้จัดเก็บผลคำนวณ ถี่แค่ไหน)



เท่ากับว่าตอนนี้เรา Select เฉพาะพื้นที่ที่น้ำท่วม หรือในอ่าว ที่ต้องการเรียบร้อยแล้ว จากนั้นพี่เลือก เมนู Tools/Calculate Statistics จะได้ดังรูป


8 คำนวณปริมาณน้ำในพื้นที่ที่เลือกไว้ ให้ใช้ตัวเลข (Mean Value) X (Number of Points) X พื้นที่ของ 1 กริด โดยมีหน่วยเป็นลูกบาศก์เมตร ตัวอย่างรูปบนมี grid spacing 400m คือ 1.277422x3240x160000 = 662215565 ลบ.ม. = 662 ล้าน ลูกบาศก์เมตร

9 สำหรับพื้นที่ ก็คำนวณได้โดยไม่ต้องคูณด้วยค่าเฉลี่ยระดับน้ำเท่านั้น

10 ในกรณีต้องการหาพื้นที่ โดยแยกตามระดับความลึกน้ำ ก็สามารถใช้เครื่องมือ Tool/Select หรือ Tool/Deselect ในการกรองค่าระดับน้ำ เพื่อให้เหลือพื้นที่ที่ถูกเลือกไว้ตามค่าระดับน้ำท่วมที่ต้องการ แล้วจึงสั่งคำนวณค่าสถิติ




วันอังคารที่ 30 กรกฎาคม พ.ศ. 2556

เครื่องมือช่วยในการปรับค่าระดับ Topography ที่ใช้ในแบบจำลอง MIKE21

บทความนี้จะแนะนำเครื่องมือช่วยในการปรับค่าระดับ DEM ที่ใช้ในแบบจำลอง MIKE21
โดยไฟล์ DEM หรือ Topography ที่ใช้ในแบบจำลอง MIKE21 คือไฟล์ dfs2
โดยทั่วไปแล้วข้อมูลค่าระดับที่ได้มา จะไม่รวมค่าระดับของสิ่งปลูกสร้างต่างๆ
ไม่ว่าจะเป็นอาคารบ้านเรื่อน ถนน หรือคันกั้นน้ำต่างๆ
แต่หากมีข้อมูล GIS ของสิ่งปลูกสร้างต่างๆแล้ว
เราสามารถประยุกต์ใช้เครื่องมือที่จะแนะนำต่อไปนี้ในการปรับค่าระดับไฟล์ dfs2
โดยสามารถเลือกปรับเพิ่ม หรือลดระดับตามข้อมูล Shape ที่เป็น polygon ของสิ่งปลูกสร้างนั้นๆได้
โดยที่มาของเครื่องมือนี้ เป็นเครื่องมือที่จัดสร้างขึ้นเฉพาะเพื่ออำนวยความสะดวกในการทำงานเท่านั้น
ดังนั้นเครื่องมือนี้จึงไม่รวมอยู่ในโปรแกรมมาตรฐาน และไม่ได้มีมาในแผ่นโปรแกรมของ DHI

 



ที่มาของเครื่องมือนี้ นำเสนอใน

โดยให้โหลดเครื่องมือชื่อ Topography Adjustment Tool (ตาม link ด้านล่างนี้)

เครื่องมือมาพร้อมคู่มือแนะนำการใช้งานอย่างย่อ ทำให้สามารถใช้งานได้ไม่ยาก